<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Uncategorized &#8211; โรงพยาบาลกรุงไทย</title>
	<atom:link href="https://www.krungthaihospital.com/category/uncategorized/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.krungthaihospital.com</link>
	<description>เราพร้อมให้บริการทุกท่าน อุ่นใจด้วยมาตรฐานการบริการของเรา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Mar 2026 23:20:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://www.krungthaihospital.com/wp-content/uploads/2021/10/Krungthai-Hospital-favicon1-100x100.png</url>
	<title>Uncategorized &#8211; โรงพยาบาลกรุงไทย</title>
	<link>https://www.krungthaihospital.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>หัวใจล้มเหลว คืออะไร อาการ สาเหตุ และการดูแลอย่างถูกต้อง</title>
		<link>https://www.krungthaihospital.com/heart-failure/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Palmy.lalita@bon8.co.th]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2026 17:16:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.krungthaihospital.com/?p=15791</guid>

					<description><![CDATA[หัวใจล้มเหลวคืออะไร อาการเป็นอย่างไร รักษาได้ไหม รวมแนวทางการวินิจฉัย การรักษา และการดูแลตนเอง โดยแพทย์เฉพาะทาง]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[		<div data-elementor-type="wp-post" data-elementor-id="15791" class="elementor elementor-15791" data-elementor-settings="{&quot;ha_cmc_init_switcher&quot;:&quot;no&quot;}" data-elementor-post-type="post">
				<div class="elementor-element elementor-element-97a8841 e-flex e-con-boxed e-con e-parent" data-id="97a8841" data-element_type="container" data-settings="{&quot;jet_parallax_layout_list&quot;:[],&quot;_ha_eqh_enable&quot;:false}">
					<div class="e-con-inner">
				<div class="elementor-element elementor-element-03c6a99 elementor-widget elementor-widget-text-editor" data-id="03c6a99" data-element_type="widget" data-widget_type="text-editor.default">
				<div class="elementor-widget-container">
									<p><strong>หัวใจล้มเหลว</strong> เป็นภาวะเรื้อรังที่พบได้บ่อย และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคเรื้อรังร่วม หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้</p><p>บทความนี้อธิบายเรื่อง <strong>ภาวะหัวใจล้มเหลว</strong> อย่างละเอียด ตั้งแต่ความหมาย สาเหตุ อาการในแต่ละระยะ แนวทางการวินิจฉัย การรักษา การดูแลตนเอง</p><h2><b>หัวใจล้มเหลว คืออะไร</b></h2><p><strong>หัวใจล้มเหลว (Heart Failure)</strong> คือภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ หรือไม่สามารถรับเลือดกลับเข้าสู่หัวใจได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดการคั่งของเลือดและน้ำในร่างกาย</p><p>คำว่า &#8220;หัวใจล้มเหลว&#8221; ไม่ได้หมายความว่าหัวใจหยุดเต้น แต่หมายถึง <strong>การทำงานของหัวใจลดลง</strong> ซึ่งอาจเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือเกิดขึ้นเฉียบพลัน และมักต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง</p><h2><b>หัวใจล้มเหลวมีกี่ประเภท</b></h2><p>ภาวะหัวใจล้มเหลวสามารถแบ่งออกได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงานของหัวใจและตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบ การแบ่งประเภทช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย</p><ul><li><h3><b>หัวใจล้มเหลวจากการบีบตัวผิดปกติ (Systolic Heart Failure)</b></h3><p>เป็นภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้ปริมาณเลือดที่ถูกสูบออกจากหัวใจไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ลดลง ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ผู้ป่วยมักมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หายใจไม่อิ่ม และอาจมีภาวะหัวใจโตหรือหัวใจล้มเหลวรุนแรงในระยะยาว ภาวะนี้มักพบร่วมกับโรคหลอดเลือดหัวใจหรือกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม</p></li><li><h3><b>หัวใจล้มเหลวจากการคลายตัวผิดปกติ (Diastolic Heart Failure)</b></h3><p>เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจมีความแข็งหรือคลายตัวได้ไม่ดี ทำให้เลือดไม่สามารถไหลกลับเข้าสู่หัวใจได้อย่างเต็มที่ แม้แรงบีบตัวของหัวใจจะยังดูปกติ แต่ปริมาณเลือดที่รับเข้ามาน้อยลง ผู้ป่วยมักมีอาการหายใจลำบาก โดยเฉพาะขณะออกแรงหรือเมื่อนอนราบ ภาวะนี้พบบ่อยในผู้สูงอายุ และผู้ที่มีความดันโลหิตสูงเรื้อรัง</p></li><li><h3><b>หัวใจล้มเหลวด้านซ้าย และหัวใจล้มเหลวด้านขวา</b></h3><p>หัวใจล้มเหลวด้านซ้ายส่งผลให้เลือดคั่งในปอด ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบาก เหนื่อยง่าย หรือหอบเหนื่อยในเวลากลางคืน ส่วนหัวใจล้มเหลวด้านขวาจะทำให้เลือดคั่งในระบบไหลเวียนส่วนปลาย ส่งผลให้เกิดอาการบวมที่ขา ข้อเท้า ท้อง หรือมีน้ำในช่องท้อง ในผู้ป่วยบางรายอาจพบหัวใจล้มเหลวทั้งสองด้านร่วมกัน</p></li></ul><h2><b>สาเหตุของภาวะหัวใจล้มเหลว</b></h2><p>ภาวะหัวใจล้มเหลวมักเป็นผลจากโรคหรือภาวะที่ทำให้หัวใจทำงานหนักหรือได้รับความเสียหายสะสมเป็นเวลานาน โดยมีสาเหตุสำคัญดังนี้</p><ul><li><h3><b><a href="https://www.krungthaihospital.com/coronary-artery-disease/">โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน</a></b></h3><p>การตีบหรืออุดตันของหลอดเลือดหัวใจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงหรือเกิดแผลเป็น เมื่อเป็นเรื้อรังจะลดประสิทธิภาพการบีบตัวของหัวใจ และนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้</p></li><li><h3><b>ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง</b></h3><p>ความดันโลหิตสูงทำให้หัวใจต้องออกแรงสูบฉีดเลือดมากกว่าปกติเป็นเวลานาน ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาและแข็งขึ้น ในระยะยาวหัวใจจะคลายตัวได้ไม่ดี และประสิทธิภาพการทำงานลดลงจนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว</p></li><li><h3><b>ลิ้นหัวใจผิดปกติ</b></h3><p>ลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบทำให้การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ หัวใจต้องทำงานเกินกำลังเพื่อชดเชยความผิดปกตินั้น เมื่อเป็นนาน ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงและเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้</p></li><li><h3><b>กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือเสื่อม</b></h3><p><a href="https://www.krungthaihospital.com/heart-inflammation-myocarditis/">กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ</a> อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส พันธุกรรม หรือสารพิษบางชนิด เช่น แอลกอฮอล์หรือยาบางประเภท ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจเสียหายและทำงานได้ไม่เต็มที่</p></li><li><h3><b>โรคเรื้อรังอื่น ๆ</b></h3><p>โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ไตเรื้อรัง และโรคปอดเรื้อรัง ส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตและเพิ่มภาระการทำงานของหัวใจ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวมากขึ้น</p></li></ul>								</div>
				</div>
				<div class="elementor-element elementor-element-201cf8a elementor-widget elementor-widget-image" data-id="201cf8a" data-element_type="widget" data-widget_type="image.default">
				<div class="elementor-widget-container">
															<img fetchpriority="high" decoding="async" width="840" height="840" src="https://www.krungthaihospital.com/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-2-1-1024x1024.png" class="attachment-large size-large wp-image-15815" alt="อาการของหัวใจล้มเหลว" srcset="https://www.krungthaihospital.com/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-2-1-1024x1024.png 1024w, https://www.krungthaihospital.com/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-2-1-300x300.png 300w, https://www.krungthaihospital.com/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-2-1-150x150.png 150w, https://www.krungthaihospital.com/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-2-1-768x768.png 768w, https://www.krungthaihospital.com/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-2-1-600x600.png 600w, https://www.krungthaihospital.com/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-2-1-100x100.png 100w, https://www.krungthaihospital.com/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-2-1.png 1201w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" />															</div>
				</div>
				<div class="elementor-element elementor-element-0050251 elementor-widget elementor-widget-text-editor" data-id="0050251" data-element_type="widget" data-widget_type="text-editor.default">
				<div class="elementor-widget-container">
									<h2><b>อาการของหัวใจล้มเหลว</b></h2><p>อาการของหัวใจล้มเหลวแตกต่างกันไปตามความรุนแรงและระยะของโรค โดยอาจเริ่มจากอาการเล็กน้อยและค่อย ๆ รุนแรงขึ้น</p><ul><li><h3><b>เหนื่อยง่ายกว่าปกติ</b></h3><p>ผู้ป่วยมักเริ่มรู้สึกเหนื่อยง่าย แม้ทำกิจกรรมที่เคยทำได้ตามปกติ เช่น เดินระยะสั้น หรือทำงานบ้านเล็กน้อย เนื่องจากหัวใจไม่สามารถส่งเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้เพียงพอ</p></li><li><h3><b>หายใจไม่อิ่ม หรือหอบเหนื่อย</b></h3><p>อาการหายใจลำบากมักเกิดขณะออกแรง นอนราบ หรือในเวลากลางคืน เกิดจากเลือดและน้ำคั่งในปอด ผู้ป่วยบางรายต้องหนุนหมอนหลายใบหรือสะดุ้งตื่นกลางคืนเพราะหายใจไม่ออก</p></li><li><h3><b>บวมที่เท้า ข้อเท้า หรือขา</b></h3><p>เป็นผลจากการคั่งของน้ำในร่างกาย โดยเฉพาะในหัวใจล้มเหลวด้านขวา อาการบวมมักชัดในช่วงเย็น และอาจลามขึ้นมาถึงขา ท้อง หรือใบหน้า</p></li><li><h3><b>น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว</b></h3><p>น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน อาจเกิดจากการคั่งของน้ำ ไม่ใช่ไขมัน ถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ</p></li><li><h3><b>ใจสั่น หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ</b></h3><p>หัวใจพยายามชดเชยการสูบฉีดเลือดที่ลดลง ทำให้เต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ ผู้ป่วยอาจรู้สึกใจสั่นหรือแน่นหน้าอก</p></li><li><h3><b>อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าเรื้อรัง</b></h3><p>แม้พักผ่อนเพียงพอแล้วก็ยังรู้สึกไม่มีแรง ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและคุณภาพชีวิต</p></li></ul><h2><b>อาการหัวใจล้มเหลวระยะรุนแรง</b></h2><p>หากภาวะหัวใจล้มเหลวไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจเกิดอาการรุนแรงและเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ เช่น</p><ul><li><b>หายใจลำบากมากแม้ขณะพัก</b><br /><p>ผู้ป่วยอาจรู้สึกหอบเหนื่อยตลอดเวลา นั่งหรือนอนก็ยังหายใจไม่อิ่ม เกิดจากการคั่งของน้ำในปอดอย่างรุนแรง</p></li><li><b>แน่นหน้าอก หรือเจ็บหน้าอก</b><br /><p>อาจเกิดจากหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจทำงานหนักเกินไป ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม</p></li><li><b>บวมทั่วตัว ปัสสาวะน้อยลง</b><br /><p>เกิดจากการคั่งของน้ำและการทำงานของไตที่ลดลง เป็นสัญญาณว่าหัวใจเริ่มทำงานได้ไม่เพียงพอ</p></li><li><b>หมดสติหรือเป็นลม</b><br /><p>อาจเกิดจากการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที</p></li></ul><p>อาการเหล่านี้ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง</p><h2><b>การวินิจฉัยภาวะหัวใจล้มเหลว</b></h2><p>แพทย์จะใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้องและครบถ้วน ได้แก่</p><ul><li><b>ซักประวัติและตรวจร่างกาย</b><br /><p>เพื่อประเมินอาการ ปัจจัยเสี่ยง และสัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลว</p></li><li><b>ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)</b><br /><p>ช่วยประเมินจังหวะการเต้นของหัวใจและความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ</p></li><li><b>อัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram)</b><br /><p>เป็นการตรวจสำคัญที่ช่วยประเมินการบีบตัวของหัวใจ ลิ้นหัวใจ และระดับความรุนแรงของโรค</p></li><li><b>ตรวจเลือด เอกซเรย์ปอด หรือการตรวจเพิ่มเติม</b><br /><p>เพื่อประเมินภาวะแทรกซ้อน และค้นหาสาเหตุร่วมอื่น ๆ</p></li></ul><p>การตรวจตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ</p><h2><b>แนวทางการรักษาหัวใจล้มเหลว</b></h2><p>การรักษาจะพิจารณาตามสาเหตุและความรุนแรงของโรค โดยมักใช้หลายวิธีร่วมกัน</p><h3><b>การรักษาด้วยยา</b></h3><ul><li><b>ยาขับปัสสาวะ</b> ช่วยลดการคั่งของน้ำและบรรเทาอาการบวมและหอบเหนื่อย</li><li><b>ยาลดภาระการทำงานของหัวใจ</b> ช่วยให้หัวใจทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</li><li><b>ยาควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ</b> ลดความเสี่ยง<a href="https://www.krungthaihospital.com/cardiac-radiofrequency-ablation-rfa/">ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ</a></li></ul><h3><b>การรักษาด้วยหัตถการหรือผ่าตัด</b></h3><ul><li><b>รักษาหลอดเลือดหัวใจตีบ</b> เพื่อลดภาวะหัวใจขาดเลือด</li><li><b>ซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ</b> หากเป็นสาเหตุของโรค</li><li><b>ใส่อุปกรณ์ช่วยการทำงานของหัวใจ</b> ในบางรายที่จำเป็น</li></ul><h3><b>การปรับพฤติกรรมและการดูแลระยะยาว</b></h3><p>เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยควบคุมอาการ ลดการกำเริบ และชะลอการดำเนินของโรค</p><h2><b>การดูแลตนเองของผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว</b></h2><ul><li><b>รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด</b> เพื่อควบคุมอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน</li><li><b>จำกัดเกลือและปริมาณน้ำ</b> ตามคำแนะนำแพทย์ เพื่อลดการคั่งของน้ำในร่างกาย</li><li><b>ชั่งน้ำหนักทุกวัน</b> หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นรวดเร็วควรแจ้งแพทย์</li><li><b>ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม</b> เพื่อเสริมความแข็งแรงของหัวใจ</li><li><b>มาพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ</b> เพื่อปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม</li></ul><h2><b>คำถามที่พบบ่อย (Q&amp;A)</b></h2><h3><b>Q : หัวใจล้มเหลวหายขาดหรือไม่</b></h3><p>A : ไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการและใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ หากดูแลอย่างเหมาะสม</p><h3><b>Q : หัวใจล้มเหลวอันตรายไหม</b></h3><p>A : เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องดูแลต่อเนื่อง หากไม่รักษาอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้</p><h3><b>Q : ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวออกกำลังกายได้หรือไม่</b></h3><p>A : สามารถออกกำลังกายได้ในระดับที่เหมาะสมตามคำแนะนำแพทย์</p><h3><b>Q : ต้องนอนโรงพยาบาลตลอดหรือไม่</b></h3><p>A : ไม่จำเป็น หากอาการคงที่และควบคุมได้ดี</p><h3><b>Q : ควรพบแพทย์เมื่อใด</b></h3><p>A : หากเหนื่อยมากขึ้น บวม น้ำหนักเพิ่มเร็ว หรือหายใจลำบาก ควรพบแพทย์ทันที</p><h2><b>สรุป</b></h2><p>ภาวะหัวใจล้มเหลวเป็นโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาและติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ การตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ลดความรุนแรงของโรค และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น</p><p>ที่ <strong>โรงพยาบาลกรุงไทย</strong> มีบริการดูแลผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวแบบครบวงจร ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การตรวจวินิจฉัย (เช่น EKG, Echo, ตรวจเลือด และการตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้) ไปจนถึงการวางแผนรักษาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่องโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมอาการได้ดี ลดการกำเริบ และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว</p>								</div>
				</div>
					</div>
				</div>
				</div>
		]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
