เนื้องอกมดลูก คืออะไร? อาการ สาเหตุ วิธีรักษา และคำถามที่ผู้หญิงควรรู้

เนื้องอกมดลูก

เนื้องอกมดลูก เป็นโรคทางนรีเวชที่พบได้บ่อยมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะช่วงอายุ 30–50 ปี ผู้หญิงจำนวนมากอาจมีเนื้องอกมดลูกโดยไม่รู้ตัว เพราะในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ แต่ในบางราย เนื้องอกสามารถโตขึ้นจนส่งผลต่อการใช้ชีวิต ประจำเดือน การตั้งครรภ์ และคุณภาพชีวิตโดยรวม

บทความนี้จะอธิบาย เนื้องอกมดลูก แบบละเอียดทุกมิติ ตั้งแต่ความหมาย ประเภท อาการ สาเหตุ การวินิจฉัย แนวทางการรักษา ไปจนถึง FAQ ที่ผู้หญิงถามบ่อย เพื่อให้เข้าใจโรคนี้อย่างรอบด้านและตัดสินใจดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม

สารบัญ

  • เนื้องอกมดลูก คืออะไร
  • เนื้องอกมดลูก เกิดจากอะไร
  • การวินิจฉัยเนื้องอกมดลูก
  • คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
  • สรุป

เนื้องอกมดลูก คืออะไร

เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroid หรือ Myoma Uteri) คือก้อนเนื้อที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของกล้ามเนื้อมดลูก โดยจัดเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้าย (Benign tumor) ซึ่งพบได้บ่อยมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ แม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่มะเร็ง แต่สามารถส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

ลักษณะสำคัญของเนื้องอกมดลูก

  • เป็นก้อนเนื้อแข็ง
    เนื้องอกมดลูกมีลักษณะเป็นก้อนแน่น แข็ง เกิดจากกล้ามเนื้อมดลูกที่แบ่งตัวผิดปกติ เมื่อสัมผัสหรืออัลตราซาวนด์จะเห็นเป็นก้อนชัดเจน แตกต่างจากถุงน้ำที่เป็นของเหลว
  • โตช้า
    โดยทั่วไปเนื้องอกมดลูกจะค่อย ๆ โตขึ้นตามเวลา ไม่ได้ขยายขนาดอย่างรวดเร็ว ยกเว้นในบางช่วงที่ระดับฮอร์โมนเพศหญิงสูง เช่น ระหว่างตั้งครรภ์
  • ขนาดตั้งแต่เล็กมากจนถึงใหญ่เท่าทารกแรกเกิด
    บางรายมีก้อนเล็กจนไม่แสดงอาการ ขณะที่บางรายก้อนอาจโตมากจนทำให้ท้องนูน คล้ายตั้งครรภ์ และกดเบียดอวัยวะข้างเคียง
  • อาจมีเพียงก้อนเดียวหรือหลายก้อนพร้อมกัน
    ผู้ป่วยบางรายมีเนื้องอกเพียงก้อนเดียว แต่หลายรายพบหลายก้อนในมดลูกเดียวกัน ซึ่งจำนวนและตำแหน่งของก้อนจะมีผลต่ออาการและการรักษา

แม้เนื้องอกมดลูกจะไม่ใช่มะเร็ง แต่หากก้อนมีขนาดใหญ่ อยู่ในตำแหน่งสำคัญ หรือมีจำนวนมาก อาจทำให้เกิดอาการรบกวนอย่างชัดเจน และจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

เนื้องอกมดลูก เกิดจากอะไร

เนื้องอกมดลูกไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน

1. ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน

  • ฮอร์โมนเพศหญิงมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้องอก
    เนื้องอกมดลูกมีตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนมากกว่ากล้ามเนื้อมดลูกปกติ ทำให้ตอบสนองต่อฮอร์โมนได้ไวและเจริญเติบโตได้ง่าย
  • เนื้องอกมักโตเร็วในวัยเจริญพันธุ์
    ช่วงอายุที่ร่างกายมีฮอร์โมนเพศหญิงสูง เช่น วัยทำงาน เนื้องอกมักขยายขนาดได้มากกว่าวัยอื่น
  • หลังหมดประจำเดือน ขนาดเนื้องอกมักเล็กลง
    เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง เนื้องอกมักหยุดโตหรือค่อย ๆ ฝ่อลง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการรักษาบางกรณีอาจเลือกเฝ้ารอดูอาการในผู้ใกล้หมดประจำเดือน

เหตุผลนี้ทำให้เนื้องอกมดลูกพบน้อยในวัยรุ่น และมักเริ่มแสดงอาการชัดเจนในวัยทำงาน

2. พันธุกรรม

  • หากแม่หรือพี่น้องเป็นเนื้องอกมดลูก จะมีโอกาสเป็นมากกว่าคนทั่วไป
    งานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีประวัติครอบครัวเป็นเนื้องอกมดลูก มีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ไม่มีประวัติ
  • แม้ไม่ถ่ายทอดแบบตรงตัว แต่พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญ
    ไม่ได้เป็นโรคที่ถ่ายทอดแบบยีนเดี่ยว แต่เป็นการถ่ายทอด “ความไว” ต่อการตอบสนองของฮอร์โมนและการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อมดลูก

3. ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์

  • ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน
    เนื้อเยื่อไขมันสามารถสร้างเอสโตรเจนได้ ทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสูงขึ้น และกระตุ้นการเจริญของเนื้องอก
  • การรับประทานอาหารไขมันสูง
    อาหารไขมันและอาหารแปรรูปมีความสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุล และการอักเสบในร่างกาย
  • ขาดการออกกำลังกาย
    การไม่เคลื่อนไหวร่างกายสัมพันธ์กับภาวะอ้วนและระบบเผาผลาญที่แย่ลง ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อการเกิดเนื้องอกมดลูก

ประเภทของเนื้องอกมดลูก (แบ่งตามตำแหน่ง)

ตำแหน่งของเนื้องอกมีผลอย่างมากต่ออาการและวิธีรักษา

1. เนื้องอกในผนังมดลูก (Intramural Fibroid)

  • พบได้บ่อยที่สุด
    เป็นชนิดที่พบมากที่สุดในผู้ป่วยเนื้องอกมดลูก
  • โตอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก
    ทำให้มดลูกขยายขนาดและเสียสมดุลในการบีบตัว
  • ทำให้มดลูกโตผิดปกติ
    ผู้ป่วยอาจรู้สึกท้องโต แน่นท้อง หรือคลำได้เป็นก้อน
  • ส่งผลให้ประจำเดือนมามากหรือปวดประจำเดือนรุนแรง
    เนื่องจากมดลูกบีบตัวผิดปกติและมีพื้นที่เยื่อบุเพิ่มขึ้น

2. เนื้องอกใต้เยื่อบุโพรงมดลูก (Submucosal Fibroid)

  • โตเข้าไปในโพรงมดลูก
    แม้ก้อนจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ส่งผลต่อโพรงมดลูกโดยตรง
  • แม้ขนาดเล็กก็ทำให้มีอาการชัด
    เป็นชนิดที่ทำให้มีอาการมากที่สุดเมื่อเทียบกับขนาด
  • ทำให้ประจำเดือนมามาก เลือดออกยาว
    เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลหิตจางในผู้หญิง
  • เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยากและแท้งซ้ำ
    เนื่องจากรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อน

3. เนื้องอกใต้เยื่อหุ้มมดลูก (Subserosal Fibroid)

  • โตออกนอกมดลูก
    ไม่กระทบโพรงมดลูกโดยตรง
  • มักไม่รบกวนประจำเดือน
    ผู้ป่วยหลายรายไม่มีอาการด้านรอบเดือน

หากก้อนใหญ่ อาจกดเบียดกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้
ทำให้ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก หรือแน่นท้องเรื้อรัง

อาการของเนื้องอกมดลูก

อาการของเนื้องอกมดลูก

อาการจะแตกต่างกันไปตามขนาด จำนวน และตำแหน่งของเนื้องอก

อาการเกี่ยวกับประจำเดือน

  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย
  • เลือดออกนานเกิน 7 วัน
  • มีลิ่มเลือดจำนวนมาก
  • เสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง เหนื่อยง่าย หน้ามืด

อาการปวดและแน่นท้อง

  • ปวดท้องน้อยเรื้อรัง
  • รู้สึกแน่น อึดอัดในอุ้งเชิงกราน
  • ปวดหลังหรือสะโพกจากการกดทับเส้นประสาท

อาการจากการกดเบียดอวัยวะข้างเคียง

  • ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่สุด
  • ท้องผูกเรื้อรัง
  • ท้องอืด แน่นท้อง

อาการด้านการตั้งครรภ์

  • ตั้งครรภ์ยาก
  • แท้งซ้ำ

คลอดก่อนกำหนด หรือท่าทารกผิดปกติ

การวินิจฉัยเนื้องอกมดลูก

การวินิจฉัย เนื้องอกมดลูก ไม่ได้อาศัยการตรวจเพียงวิธีเดียว แต่แพทย์จะใช้ข้อมูลจากหลายวิธีร่วมกัน ทั้งการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการตรวจทางภาพวินิจฉัย เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำและวางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

อัลตราซาวนด์ทางหน้าท้องหรือช่องคลอด

  • เป็นวิธีหลักและใช้บ่อยที่สุดในการวินิจฉัยเนื้องอกมดลูก
    อัลตราซาวนด์เป็นการตรวจที่ปลอดภัย ไม่เจ็บ และสามารถทำได้ง่ายในคลินิกหรือโรงพยาบาล แพทย์จะใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสร้างภาพของมดลูกและอวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน
  • ช่วยเห็นตำแหน่ง ขนาด และจำนวนของก้อนเนื้องอกได้ชัดเจน
    แพทย์สามารถประเมินได้ว่าเนื้องอกอยู่ในตำแหน่งใด เช่น ในผนังมดลูก ใต้เยื่อบุโพรงมดลูก หรือใต้เยื่อหุ้มมดลูก รวมถึงวัดขนาดก้อน เพื่อใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
  • เลือกวิธีตรวจตามความเหมาะสมของผู้ป่วย
    • อัลตราซาวนด์ทางหน้าท้อง เหมาะกับก้อนขนาดใหญ่หรือผู้ที่ไม่สะดวกตรวจทางช่องคลอด
    • อัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด ให้ภาพคมชัดกว่า เหมาะกับการประเมินก้อนขนาดเล็กหรือเนื้องอกใต้เยื่อบุโพรงมดลูก

การตรวจด้วยอัลตราซาวนด์มักเป็นขั้นตอนแรกที่ทำให้แพทย์สงสัยหรือยืนยันการมีเนื้องอกมดลูกได้

MRI (ในกรณีซับซ้อน)

  • ใช้ในกรณีที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม
    MRI ไม่ได้จำเป็นสำหรับผู้ป่วยทุกราย แต่จะถูกเลือกใช้เมื่อผลอัลตราซาวนด์ยังไม่ชัดเจน หรือเมื่อมีเนื้องอกหลายก้อน ขนาดใหญ่ หรืออยู่ในตำแหน่งซับซ้อน
  • ช่วยแยกชนิดและขอบเขตของเนื้องอกได้ละเอียด
    MRI สามารถแสดงภาพชั้นกล้ามเนื้อมดลูกได้ชัด ทำให้แพทย์ประเมินความลึก ตำแหน่ง และความสัมพันธ์ของก้อนกับอวัยวะรอบข้างได้ดีกว่าอัลตราซาวนด์
  • มีประโยชน์มากก่อนวางแผนการรักษาหรือผ่าตัด
    โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องการเก็บมดลูกไว้ หรือวางแผนผ่าตัดเฉพาะก้อน (Myomectomy) รวมถึงผู้ที่พิจารณาการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น การอุดหลอดเลือดเลี้ยงเนื้องอก (UAE)

ตรวจภายในพบมดลูกโตผิดปกติ

  • เป็นขั้นตอนพื้นฐานในการตรวจทางนรีเวช
    แพทย์จะทำการตรวจภายในเพื่อประเมินขนาด รูปร่าง และความแข็งของมดลูก หากมดลูกโต แข็ง หรือรูปร่างไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นสัญญาณของเนื้องอกมดลูก
  • ช่วยให้แพทย์สงสัยโรคตั้งแต่ระยะแรก
    แม้การตรวจภายในจะไม่สามารถบอกตำแหน่งหรือขนาดก้อนได้อย่างละเอียด แต่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้แพทย์วางแผนตรวจเพิ่มเติม เช่น อัลตราซาวนด์

มีประโยชน์ในการติดตามอาการร่วมกับการตรวจอื่น
ในผู้ป่วยที่มีเนื้องอกมดลูกอยู่แล้ว การตรวจภายในร่วมกับการซักประวัติ จะช่วยประเมินว่าเนื้องอกมีแนวโน้มโตขึ้นหรือทำให้เกิดอาการรุนแรงขึ้นหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q : เนื้องอกมดลูก เป็นมะเร็งไหม

A : ส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง และโอกาสกลายเป็นมะเร็งพบได้น้อยมาก

Q : เนื้องอกมดลูก ต้องผ่าตัดทุกคนไหม

A :ไม่จำเป็น หากไม่มีอาการและก้อนเล็ก สามารถติดตามอาการได้

Q : เนื้องอกมดลูก ทำให้มีลูกไม่ได้จริงไหม

A : ขึ้นกับตำแหน่งและขนาด บางรายยังตั้งครรภ์ได้ตามปกติ

Q : หลังผ่าตัด เนื้องอกกลับมาได้ไหม

A : สามารถกลับมาได้ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่หมดประจำเดือน

Q : เนื้องอกมดลูก หายเองได้ไหม

A : โดยทั่วไปไม่หายเอง แต่หลังหมดประจำเดือนมักเล็กลง

สรุป

เนื้องอกมดลูกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ส่วนใหญ่ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่สามารถส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ประจำเดือน และการตั้งครรภ์ได้ หากก้อนมีขนาดใหญ่ อยู่ในตำแหน่งสำคัญ หรือทำให้เกิดอาการผิดปกติ การตรวจพบและประเมินอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลและการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

การดูแลเนื้องอกมดลูกไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน บางรายอาจเพียงติดตามอาการ ขณะที่บางรายอาจต้องรักษาด้วยยา หรือพิจารณาการผ่าตัด โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือวางแผนตั้งครรภ์ การตัดสินใจจึงควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางการแพทย์ที่ครบถ้วนและคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง

ที่ โรงพยาบาลกรุงไทย การดูแลผู้ป่วยเนื้องอกมดลูกให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยที่แม่นยำ การประเมินตำแหน่งและขนาดของก้อนอย่างละเอียด และการวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคลโดยทีมสูติ-นรีแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมกับสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายในแต่ละช่วงชีวิต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สารบัญ

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง